รายละเอียดบทความ
| ภัยใกล้ตัว!!! กระจกตาอักเสบจากคอนแทคเลนส์ ประสบการณ์ตรง เจ้าของเว็บ tanghoo.com |
|
สวัสดีค่าเพื่อนๆต่างหูดอทคอมทุกคน ซีซาร์สลัดเองค่า....
จริงๆก้อตั้งใจอยากจะเผยแพร่เป็นความรู้มาตั้งนานแล้วนะคะ แต่ไม่รู้ว่าจะไปลงที่ไหนถึงจะมีคนได้อ่านเยอะๆ พอได้มาเปิดร้านเนี่ยแหละ ตอนนี้ก็พอมีคนเข้ามาเยี่ยมชมพอสมควรแล้ว เลยคิดว่าน่าจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะกล่าวเป็นความรู้กันเอาไว้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนนะคะ
อ่านดูแล้วจะรู้ว่าสวย กับ ตาบอด !!! เนี่ยมันคุ้มกันไหม เรื่องเริ่มจากประมาณเดือนสิงหาคมปีที่แล้วเรากะยัยน้ำหวานเฮลล์บลูบอยเจ้าของร้านอีกคนนึงเนี่ยแหละจ้ะ นึกครึ้มอยากไปว่ายน้ำกัน ร้อยวันพันปีไม่เคยว่ายน้ำเลย อยากลดพุง อยากสวยว่างั้นเถอะ เรานัดกันที่สระว่ายน้ำโรงพยาบาลวิภาวดี (ขอเอ่ยชื่อ ไม่กลัวโดนฟ้องด้วย ) เรากะน้ำหวานเป็นคนสายตาสั้นทั้งคู่ ใส่คอนแทคเลนส์ วันที่ไปว่ายน้ำเราไม่ได้ถอดคอนแทคเลนส์เพราะไม่ได้เอาตลับแช่ไป ส่วนน้ำหวานถอด หลังจากว่ายน้ำกันสนุกสนานเฮฮา สองอาทิตย์ผ่านไปเริ่มเข้าเดือนกันยายน ก็รู้สึกเคืองตา แพ้แสงเล็กน้อย ตอนแรกก้อคิดว่าตัวเองเป็นแค่แพ้แสง เลยไม่ได้ไปหาหมอ พอตอนขับรถน้ำตาจะไหลเป็นเต่าเผาที่เดียว แต่ตอนที่ตัดสินใจไปหาหมอคือแพ้แสงไฟนีออนในห้องนอนตัวเอง แล้วรอบๆตาดำเริ่มแดงๆแล้วด้วย ก็เลยตัดสินใจไปหาหมอ ไปหาหมอที่ รพ ภูมิพล หมอบอกว่าเป็นกระจกตาอักเสบนะน้อง เด๋วหมอให้ยาไปหยอด แล้วหมอก็นัดมาดูทุกวัน 4 วันติด วันที่4 หมอบอกว่า "น้อง ...หมอจะเขียนใบส่งตัวไปหาจารย์หมอที่ศิริราชนะ น้องเป็นเยอะนะ ที่นี่ไม่มีเครื่องมือ ต้องเพาะเชื้อน่ะ " ไอ่เราก้อคิด ว่า เออ ไปก้อไป มันจะเป็นไรกันนักกันหนา(วะ) ด้วยใบส่งตัวของหมอทำให้เราได้รับความสะดวกอย่างมาก พอเจออาจารย์เท่าน้านแหละพี่น้อง "admit นะ เด๋วไปขูดกระจกตาด้วย" ขูด-กระจกตา- คือการที่เราเหล็กลนไฟมาขูดๆๆเนื้อเยื่อกระจกตาเราไปเพาะหาเชื้อ เหอๆ แล้วเราก้อไปนอนอยุ่โรงพยาบาลรอบแรก 8 วันได้ ระหว่างนั้นจะต้องหยอดยาทั้งหมด 5 ตัววันแรกหยอดทุก 30 นาที ต่อมาก้อทุก1 ชั่วโมง ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย แล้วยามันโหดร้ายกะตาเรามาก เป็นแบบคอลลอยย์ ไม่สิเรียกว่าแขวนลอยดีกว่า แล้วเอามาหยอดตาเรา สภาพตอนนั้นคือ มองไม่ค่อยเห็นแล้ว แต่ก้อยังchill อยุ่ หมอปล่อยเรากลับบ้านมาพร้อมนัดตรวจอีก 2 วันถัดไป พอไปเจอหน้าหมอ "ไปทำอะไรมาห๊า!!! ไม่ได้หยอดยาเร๊อะ" โปรดนึกหน้าอาจารย์ตามไปด้วย เราก้อ "หมอคะ หนูกลัวตาบอดจะตาย ทำไมจะไม่หยอดอ่าคะ" หมอ----- ADMIT เข้าไปใหม่ ไม่ตอ้งหยอดยาแล้วนะ พรุ่งนี้หมอจะขูดกระจกตาอีก โอ๊ยยยยย !! ขูดอีกแร้วทรมานใจจอร์ชจิงๆเรย รอบแรกไม่ขึ้นเชื้อ แล้วรอบนี้หมอจะขูดหามดในกระจกตาหนูไงคะ (แอบคิด) แล้วช่วงเวลาแห่งความทรมานก้อมาถึง ระหว่างหยุดยา จะปวดตามากกกกกกกกกกกกกกกกกกก เหมือนตาจะหลุดออกมา ต้องกินยาแก้ปวดตลอดเวลา พอวันรุ่งขึ้นก้อเลยบอกหมอเด็กที่มาขูดกระจกตาว่าเราปวดตามากกกกกกกกก หมอบอกว่า เด๋วขูดเสร็จจะปวดกว่านี้อีก ( ง่า) แล้วหมอก้อสั่งยาแก้ปวดมอร์ฟีนให้ กินไปหลับไปตลอด2 วัน ระหว่างรอผลเพาะเชื้อ ก้อต้องใช้ชีวิตเหมือน 8 วันแรก คือ ตื่น 6.30 น. ให้หมอเด็กสุดมาตรวจ 7.30 น. หมอเด็กตรวจ 8.00 น หมอโตตรวจ 8.30 น อาจารย์ตรวจ ห้ามล้างหน้า ห้ามสระผม ห้ามน้ำเข้าตา หยอดยาทุกชั่วโมง กะยานรกแตกตัวเดิมๆที่เหมือนเอาทรายมาหยอดยา ตอนนั้นดำกลายเป็นสีขาว ตาขาวกลายเป็นสีแดงเลือด.. อยุ่ในห้องมืดๆ น้ำตาไหลตลอดเวลา มีสำลีปลอดเชื้อเป็นเพื่อนแก้เหงา อยุ่ไปอีก 10 วัน ระหว่างนี้เริ่มใจเสียเพราะมันมองไม่เห็นอ่า ไม่ได้มองไม่เห็นแบบโลกมืดนะคะ แต่ไม่เห็นเหมือนเอากระจกฝ้ามาขวางไว้ทำนองนั้น
พอเย็นๆวันที่ 10 หมอโผล่มาในห้องแล้วถามว่า น้อง.. ยาจากออสเตรเลียที่หนูซื้อมายังอยุ่ป่าว มันต้องใช้อ่า ผลเพาะเชื้อออกแล้วนะ หนูเป็นเชื้ออะคันทะมีบา (acantamoeba ) หนูก้อแบบโอ๊ววววววว ช้านมีพยาธิไชยึกยืออยุ่ในตาหรือนี่
เรามารุ้จักเชื้อตัวนี้กันดีกว่า มันเป็นเชื้อพยาธิยึกๆยือๆตัวเดียวกับที่ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ พบได้ตามแหล่งน้ำทั่วไป โดยเฉพาะแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำตก น้ำคลอง (ที่พี่บิ๊กD2B เป็นก็เพราะตกน้ำคลองแล้วรับเชื้อตัวนี้ไปจากการสำลักมันเลยเข้าสมอง แต่ของเราแค่ผิวๆ) มีฤทธิ์ทำลายเส้นประสาททุกประเภทที่ตัวมันไปเจริญเติบโต สามารถชอนไชไปไหนก้อได้ ตอนนั้นเรากลัวมันไชจากกระจกตาทะลุไปสมองจะตาย สำหรับเคสเรา ทำให้แพ้แสงอย่างรุนแรง น้ำตาไหลพรากๆๆๆๆ กระจกตาเป็นแผลเป็นทำให้มองไม่ชัดหรือตาบอดได้.... ส่วนใหญ่ก้อบอดนั่นแหละ แล้วยาที่รักษาเชื้ออันนี้ ไม่มีขายในไทย โน่น!!อยากได้บินไปซื้อมาละกัน ออสเตรเลียกะอังกฤษโน่น แต่พอดีเราหามาได้ มีเตรียมไว้เผื่อเป็นเชื้อนี้อยุ่แล้ว
เราไปได้ร้บเชื้อนั้นมาจากการว่ายน้ำ(ซึ่งควรจะไม่มีเชื้อตัวนี้)นั่นน่ะแหละ มันติดมากะคอนแทคเลนส์แล้วก็ชอนไชมาฝังตัวอยู่ในตาเรา แล้วทำลายประสาทตาไปเรื่อยๆจนเราเริ่มรู้สึกว่าแพ้แสงนั่นเอง แล้วถามว่าคนปกติมีโอกาสเป็นไหม ถ้าไม่ได้ใส่คอนแทค ---เป็นได้ค่า แต่คนใส่คอนแทคจะมีโอกาสเป็นมากกว่า เพราะกระจกตาจะอ่อนแออยุ่แล้วโดยปกติ มันจะรับเชื้อได้ง่าย
หมอบอกว่าคนที่เป็นเยอะๆ คือตาบอด เพราะมันจะทำลายกระจกตาจนเป็นฝ้าไปเลย แต่ของเรายังโชคดีที่เป็นไม่เยอะ + หมอเก่งมากกกกกกกกกกกกกกก ทุกๆคนเลยให้ความเอาใจใส่อย่างดี ไม่ว่าจะหมอเด็กสุด หมอเด็ก หรืออาจารย์หมอ สรุปแล้วอยุ่ รพ ศิริราช ไปอีกเดือนกว่าๆ หมอปล่อยตัวกลับบ้าน ไม่ได้หายนะค๊า... ขอออกมาเอง ทนอยุ่ไม่ไหวแล้ว ไม่ได้ออกไปไหนเลยยยยยย อยุ่แต่ในห้อง นั่งมองแม่น้ำเจ้าพระยาไปวันๆ ช่วงหลังพอได้ออกมาหายใจบ้าง แต่ก่อนออกไปพี่พยาบาลก้อจะถามเสียงโหดๆว่า "จะไปไหนคะ ไปนานไหม อย่าให้เกินชั่วโมงนะ เด๋ว!!! อย่าเพิ่งไป มาแปะตาก่อนเด๋วเชื้อโรคเข้า แล้วรีบกลับมาหยอดตานะ" ค่า......พี่
สรุปเทอมนั้น ไม่ได้สอบfinal มาขออาจารย์สอบทีหลัง นึกว่าจะไม่จบสี่ปีซะแล้ว แต่ก้อผ่านมาได้
สภาพชีวิตช่วงแรกๆที่ออกมาจาก รพ - ก้อยังต้องหยอดตาเหมือนเดิม ทุก1 ชั่วโมง -มีกระติกแช่ยาเป็นของคู่ใจ เพราะยาต้องแช่เย็น -มีแอลกอฮอล์เจล สำลีปลอดเชื้อ เป็นของประจำตัว เค้าห้ามใช้ทิชชู่อ่า -ใส่แว่น ห้ามใส่คอนแทคโดยเด็ดขาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กลายเป็นป้าเชียว เหอๆ -มีแว่นกันแดดสายตาเป็นของตัวเองสักที -เหมือนคนเป็นง่อย ไปไหนมาไหนเองไม่ได้ ต้องมีคนขับรถพาไป -ไปหาหมอทุก 1 อาทิตย์
ปัจจุบันนี้ --- ยังเป็นยัยแว่นหยอดตาอยู่เหมือนเดิม หยอดไปจนกว่าจะครบ 9 เดือนเพราะเชื้อตัวนี้สามารถสร้างถุงซีสต์ห่อหุ้มตัวเองไว้ได้ แล้วพอสิ่งแวดล้อมอำนวยมันก้อจะออกมาเต้นรำในตาเราอีกได้ เลยต้องหยอดไปนานๆจนแน่ใจว่ามันตายยกครัวแล้ว แต่ไม่ต้องไปหมอหมอทุกอาทิตย์แล้ว เย้ๆ แต่กระจกตาก้อยังเป็นแผลอยุ่ โชคดีที่ไม่ได้อยุ่จุดสำคัญเลยไม่กระทบการมองเห็นมากนัก
สิ่งที่อยากบอก - ใครที่ใส่คอนแทคเพราะอยากสวย พวกตาโต ตาน้ำตาล ก้อนะ... อยากตาบอดก้อเอา - คนที่ใส่อยุ่แล้ว ไม่ใส่ไม่ได้ ก้อลดช่วงเวลาการใส่ลงหน่อย ทำความสะอาดตลับทุกวัน เพราะเชื้อโรคตัวนี้มีอยุ่ทั่วไป กรุณาปิดตลับคอนแทคทุกครั้ง มิฉะนั้นเชื้ออาจปลิวไปตกได้ - ใส่แว่นกันเถอะค่า ไม่สวยหน่อย แต่ตาไม่บอด ชัวร์ -เครื่องสำอางค์ใกล้ดวงตาและที่ดัดขนตา ต้องสะอาดเสมอ พวกไม่เคยล้างมา3ปี ก้อนะ..... -มีสิ่งผิดปกติกับตา ต้องรีบไปหาหมอ อย่าได้นั่งแช่แป้ง นิ่งนอนใจ บอดแล้วบอดเลยนะค๊า -ใครใส่คอนแทค แนะนำ น้ำยาล้าง Aldox ของ Alcon กล่องเขียว มีน้ำยาฆ่าเชื้อนี้อยุ่ มีเขียนอยุ่หน้ากล่องเลย แล้วAlcon เค้าชำนาญเรื่องยาเกี่ยวกับตา เพราะยาตาส่วนใหญ่ก็ของ Alcon
เด๋ววันหลังจะเอารูปตอนเป็นมาให้ดูกันนะคะ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ -หมอเบนซ์ ศิลปอาชา --รพ ภูมิพล เก่งสุดๆ ใจดีมากๆ ขนมหมอที่มาเยี่ยม อร่อยมากๆค่า -แม่หมออาจารย์ภิญนิตา ณ ศิริราช เจ้าแม่กระจกตาแห่งประเทศไทย เก่งระดับเทพ -หมอวรรณา(เพื่อนหมอเบนซ์) หมอปิง(หมอนะจ๊ะ) หมอจิว และอีกหลายๆหมอที่อดทนมาขุดหนูจากเตียงไปตรวจทุกเช้า -พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกๆคน -คนใกล้ตัวเราทุกๆคนที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้มาได้ แม่เราที่ไปเฝ้าเราตลอด น้ำหวาน@tanghooที่คอยหิ้วขนมไปเยี่ยมเรา ป๊อ ลูกแก้ว ใหม่ โย๋@ บัญชีจุฬา ที่ไปติวสอบให้เรา -ผ่านมาได้เพราะพวกแกแท้ๆเลยะนะเนี่ย- ซึ้งว่ะ คนที่คอยมากินข้าวเป็นเพื่อนเราและสั่งข้าวdelivery อร่อยๆมากินแทนอาหารชืดๆของ รพ และหาseries สนุกๆมาให้ดูนะคะ คนที่หายาหยอดตามาให้จากออสเตรเลีย Thanks a lot ja
LINK น่าอ่านจ้า ไปอ่านกันแล้วจะรู้ว่าเชื้อ Acanthmoebaเนี่ย น่ากัวขนาดไหน http://www.mwa.co.th/download/prd01/article/micro/amoeba.pdf |
| ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : |
| ผู้ลงบทความ : TangHoo girl ซีซาร์ |














